กิจการวิทยุสมัครเล่นเข้ามาในเมืองไทย เกือบ 30 ปีแล้ว
กิจการวิทยุสมัครเล่นเข้ามาในเมืองไทย เกือบ 30 ปีแล้ว (นับจากวันที่ 5 ธันวาคม 2524 กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้มีการทดลองให้มีกิจการวิทยุสมัครเล่นขึ้นในประเทศไทย ในรูปของนักวิทยุอาสาสมัคร หรือ วีอาร์ ซึ่งย่อมาจาก Voluntary Radio มีการกำหนดสัญญาณเรียกขานด้วย VR และตามด้วยตัวเลข จาก VR001 ไปตามลำดับก่อนหลัง) ถ้ามองโดยรวมแล้ว ยังถือว่าไม่พัฒนาไปจากเดิมมากนัก ส่วนหนึ่งก็มาจาก ถูกปิดกันทางด้านกฎหมาย และอีกส่วนก็มาจากตัวนักวิทยุสมัครเล่นที่เข้ามาในวงการเอง
- ย่านความถี่ที่ให้มาน้อยเกินไป นักวิทยุส่วนใหญ่ของไทยจะเป็นนักวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น ซึ่งสามารถที่จะใช้ความถี่ได้เฉพาะย่าน 2 มิเตอร์ (144-146 MHz) และสามารถรับสัญญาณความถี่ย่าน UHF (ไม่อนุญาตให้ส่ง) แต่ขอให้ลองดูของบางประเทศนะครับ ยกตัวอย่าง สำหรับขั้นต้นของเขา สามารถใช้ความถี่ได้ ตั้งแต่ 50 MHz ขึ้นไป ย่านความถี่ที่สูงกว่านี้ ก็มีอีกหลายย่านนะครับที่เป็นความถี่ของนักวิทยุสมัครเล่น เช่น 2 Meters (144 MHz),1.25 Meters (222 MHz),70 cm (420 MHz),33 cm (902 MHz) ,23 cm (1240 MHz) การที่นักวิทยุสามารถใช้ได้หลายความถี่จะมีข้อดีตรงที่ จะได้เรียนรู้ ลักษณะต่าง ๆ ของคลื่นความถี่แต่ละย่าน ซึ่งแน่นอนมันไม่เหมือนกัน ระหว่างจุดสองจุด จะเลือกใช้ความถี่ไหนถึงจะดีที่สุด โดยใช้กำลังส่งน้อยที่สุด สำหรับพื้นที่ ๆ มีนักวิทยุสมัครเล่นหนาแน่น ก็จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ไปได้
- ไม่เปิดโอกาสให้นักวิทยุที่สนใจได้ศึกษาอย่างเต็มที่ มีข้อกฎหมายมากมาย ที่เป็นข้อจำกัดในการทดลอง ศึกษา ค้นคว้า ของนักวิทยุสมัครเล่น นักวิทยุบางกลุ่มต้องการประดิษฐ์เครื่องรับส่งวิทยุแบบใหม่ ๆ แต่ต้องขออนุญาต ทั้งยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง ในทางกลับกัน น่าจะมีการส่งเสริม และมีแหล่งเงินทุนให้สำหรับนักประดิษฐ์และทดลอง การทดลองบางอย่างอาจจะต้องใช้กำลังส่งสูงเกินกว่า 10 วัตต์ เช่นทดลอง ระบบ EME มันก็ไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อย ๆ ก็เป็น ร้อย ๆ วัตต์ขึ้นไป ข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้นักวิทยุหลายท่านหมดกำลังใจไปในที่สุด บางท่านก็ร้างลาจากวงการ ที่เหลืออยู่ก็เพียงคุย - แซว เล่นไปวัน ๆ

ในสมัยแรก ๆ ของวงการวิทยุสมัครเล่นไทย ราคาวิทยุรับส่งนั้นมีราคาแพงกว่าปัจจุบันมากพอสมควร ดังนั้นทางออกหนึ่งที่จะเล่นวิทยุได้ก็คือ ชุดคิต การสอบเป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่นค่อนข้างจะยุ่งยาก และใช้เวลานาน ชุดคิตที่สามารถประกอบได้ทันที ก็หนีไม่พ้น ชุดคิตวิทยุ ซีบี 27 MHz แต่ชุดคิตเหล่านี้ก็ค่อย ๆ หายไป ๆ จากตลาด (เหลือแต่ชุดคิต คุณภาพต่ำ ๆ สำหรับทดลองเล่น ใช้งานได้ไม่กี่ร้อยเมตร)
- กระตุ้นให้นักวิทยุมีการสอบเลื่อนชั้น จากพนักงานขั้นต้นไปสู่ขั้นกลาง ขั้นกลางก็ไปสู่ขั้นสูง ตามลำดับ สร้างแรงจูงให้เกิดการเรียนรู้ให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้มีการสอบ ขั้นกลาง ขั้นสูงในส่วนภูมิภาค ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้นักวิทยุสมัครเล่นที่สามารถใช้ความถี่ย่าน HF ของไทยนั้น ดูแล้วน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ไม่ว่าองค์กรใด ๆ ก็จะพยายามกระตุ้นให้คนของตัวเองพัฒนาความรู้ ความสามารถ พยายามส่งคนไปอบรม ศึกษาเพิ่มเติม อยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับวงการวิทยุสมัครเล่นบ้านเรา ดูแล้วเหมือนจะเพิ่มแต่จำนวนของพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น ถ้าไม่มีใครเป็นคนจัดทำแนวข้อสอบ ก็ให้พนักงานวิทยุที่เก่ง ๆ เป็นคนช่วยจัดการได้ เรื่องนี้ไม่น่าจะยาก ทุกคนคงพร้อมที่จะทำโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าจ้างใด ๆ
- ยกเลิกระบบอบรมแล้วสอบ ถ้าจะเพิ่มปริมาณของนักวิทยุสมัครเล่นโดยวิธีการ อบรม แล้วสอบ คงเป็นวิธีการที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก จะมีใครสักกี่คนที่จะฉลาดพอ สามารถจดจำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้อย่างมากมาย ภายในวันเดียว ข้อนี้ต้องเข้าทำความเข้าใจว่า คนที่ไปอบรม บางส่วนก็เป็นคนมีอายุ บางส่วนก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษ การเรียนรู้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเป็นไปได้ ก็ให้ใช้เวลาว่าง ในสมาคมของแต่ละจังหวัดจัดอบรมและติวข้อสอบกัน แล้วค่อยมาสอบ เหมือนระบบเก่าที่เคยทำมา แบบนี้จะได้ความรู้และความผูกพัน มากกว่า

ลองดูนะครับ เมื่อก่อนมีการเปิดโรงเรียนสอนพนักงานวิทยุสมัครเล่น แสดงว่าวงการนี้มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ต้องศึกษามากมาย แต่ปัจจุบัน อบรมกันแค่วันเดียว


สถานีวิทยุสมัครเล่น HS8JYX ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 99/31 ถ.เจริญสุข ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000 โทร คลิกที่นี่ก่อนโทร



